แลมพาร์ด เชื่อ ผี ยังลุ้นท็อบโฟร์ แม้พ่าย สิงห์

      แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือหนุ่มไฟแรงของเชลซี มองว่าโอกาสลุ้น 4 อันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีก เพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการแข่งในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันจัทร์นี้ โดยปัจจุบันเชลซีอยู่อันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก โดยมี 41 คะแนนจาก 25 นัด มากกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้อยู่อันดับ 9 อยู่ 6 คะแนน โดยในเกมส์นี้ถ้าเชลซีชนะก็จะทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคะแนนห่างจากเชลซีถึง 9 คะแนน ทำให้โอกาสที่จะไล่ตามค่อนข้างยาก

โดย แลมพาร์ด มองว่าการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแต่ละทีมมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน ทำให้แต่ละนัดทุกทีมสามารถที่จะเก็บชัยชนะได้ตลอดเวลา ทำให้เชื่อว่าความห่าง 9 คะแนน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมามีลุ้นติดอันดับ 4 เหมือนเดิม

ข่าวโดย เลขดัง

ศึกนี้สำคัญมาก

   ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดมันเดย์ไนต์วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์เป็นเกมส์ที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการเจอกันระหว่างสองทีมใหญ่ที่ต้องการทำอันดับให้ติด 4 อันดับแรกเพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า โดยจะเป็นการพบกันระหว่างเชลซีทีมอันดับที่ 4 ของตารางที่จะเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 8 ของตาราง

ความสำคัญของเกมส์นี้แน่นอนว่าเป็นการเจอกันโดยตรงของทีมที่ต้องการติดอันดับที่ 4 เพื่อไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ในฤดูกาลหน้า โดยความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนลงสนามจะเป็นอย่างไรบ้างไปติดตามกันเลย เริ่มที่เจ้าบ้านเชลซีเกมส์นี้จะไม่มีสองผู้เล่นอย่าง คริสเตี่ยน พูลิสิส และ รูเบน ลอฟตัส ชีส ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆสามารถลงสนามได้ทั้งหมด โดยกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด น่าจะใช้แแผนการเล่นในระบบ 4-3-3 โดยมีแนวรุกอย่าง แทมมี่ อับราแฮม วิลเลี่ยนส์ และ เปโดร ด้านทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมส์นี้จะไม่มีผู้เล่นคนสำคัญอย่าง มาร์คัส เรชฟอร์ด พอล ป็อกบา และ สกอต แม็คโทมิเนย์ ที่ยังไม่สามารถลงสนามได้ เนื่องจากยังไม่สมบูรณ์ โดยเกมส์นี้ บรูโน เฟอร์นัน กองกลางทีมชาติโปรตุเกส น่าจะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยเล่นตรงกลางร่วมกับ เฟร็ด กองกลางชาวบราซิลเลี่ยน

วิเคราะห์ผลการแข่งขันคู่นี้โดย FIFA55 เชื่อว่าเกมส์นี้ทั้งสองทีมคงเปิดเกมส์รุกเข้าใส่กันอย่างแน่นอน เพราะเป็นเกมส์ที่ต้องการชัยชนะด้วยกันทั้งคู่ และเชื่อว่าเกมส์นี้น่าจะเสมอกันอย่างสนุกที่สกอร์ 2-2

‘เกป้า’ ดีจริงหรือ!

    เมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้ว เชลซีมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมือ 1 ผู้รักษาประตู จากการขายธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายประตูทีมชาติเบลเยี่ยมออกไปให้กับเรอัล มาดริด ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกต้องไปทุ่มเงินฉีกสัญญาคว้าตัวเกป้า อาริซซาบาลาก้า นายประตูดาวรุ่งทีมชาติสเปนของแอตเลติก บิลเบามาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 72 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนายทวารค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที โดยทำลายสถิติของอลิสซง เบ็คเกอร์ นายด่านชาวบราซิเลี่ยนที่ย้ายจากโรม่าไปร่วมทีมลิเวอร์พูลก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้นายประตูรายนี้เกือบได้ย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด ยอดทีมของสเปนแล้วด้วย แต่ในตอนนั้นซีเนอดีน ซีดานไม่เห็นด้วยกับการซื้อดาวเตะรายนี้ เพราะพวกเขามีเคย์ลอร์ นาบาส นายประตูอมหนึบเป็นมือ 1 ในทีมอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าตอนนั้นค่าตัวเขาจะถูกกว่านี้มากก็ตาม ทำให้หลังจากนั้นแอตเลติก บิลเบาจึงทำการต่อสัญญาฉบับใหม่กับเกป้าออกไป และเพิ่มค่าฉีกสัญญานักเตะเป็น 80 ล้านยูโร และสุดท้ายก็เป็นเชลซีที่หมดทางเลือกต้องมาจ่ายค่าฉีกสัญญาคว้าตัวไปในที่สุด

แค่เพียงฤดูกาลแรก เกป้าก็สร้างเรื่องอื้อฉาวทันที เมื่อช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วในศึกคาราบาว คัพนัดชิงชนะเลิศ ที่เขาปฏิเสธการเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ทั้งๆ ที่เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจส่งบิลลี่ กาบาเญโร่ นายด่านสำรองลงสนาม แต่เจ้าตัวดันปฏิเสธที่จะออก ทำให้เขายังคงเล่นอยู่ในสนามต่อไป และทีมก็แพ้ในการดวลจุดโทษตัดสินในที่สุด ถึงแม้ว่าตอนสุดท้ายจะมีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการเข้าใจผิดกันก็ตาม แต่ภาพลักษณ์ของนายประตูวัย 25 ปีรายนี้ก็ดูไม่ดีนับตั้งแต่นั้นมา

ในฤดูกาลนี้ฟอร์มการเล่นของแกป้า อาริซซาบาลาก้า ก็ไม่ดีเอาเสียเลย ทั้งจำนวนประตูที่เสียไป รวมถึงสถิติการป้องกันประตูก็ย่ำแย่มากๆ โดยจากสถิติระบุว่าเขาเป็นนายประตูที่ย่ำแย่ที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรปในการเซฟประตู โดยอยู่อันดับที่ 127 จากนายด่านทั้งหมด 132 คนเลยทีเดียว โดยมีเปอร์เซ็นต์การเซฟอยู่ที่ 55% เท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วนายประตูที่ดีควรจะมีเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 70% เป็นอย่างน้อย

เรียบเรียงโดย Goalclub.TV

พอดี แต่ไม่ดีพอ!

  

   การเตรียมทีมสู้ศึกเกมลีกของแต่ละสโมสรนั้นก็จะมีการเตรียมทีมที่ต่างกัน ซึ่งรวมถึงในเรื่องของการจัดขุมกำลังนักเตะด้วย ที่แต่ละตำแหน่งจะต้องมีอย่างน้อยกี่คนใน 1 ฤดูกาล เพื่อที่จะให้เพียงพอต่อการใช้งาน และเผื่อเหลือเผื่อขาดในกรณีที่นักเตะบาดเจ็บด้วย ซึ่งโดยทั่วไปนั้นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางของแต่ละสโมสรก็ต้องมีประมาณ 4-5 คน หากว่าทีมเหล่านั้นเล่นในระบบกองหลัง 4 คน แต่หากเล่นในระบบ 3-5-2 ก็อาจจะต้องมีปราการหลังตัวกลางมากกว่านั้นในสควอด ซึ่งในฤดูกาลนี้เชลซีมีปราการหลังตัวกลางอยู่ในทีม 4 คน ซึ่งตอนแรกมี 5 คนซึ่งถือว่ากำลังดีเลยทีเดียว แต่ทว่าก่อนเริ่มฤดูกาลไม่นานพวกเขาดันตัดสินใจขายดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังชาวบราซิเลี่ยนออกไปให้กับอาร์เซน่อล ทีมคู่ปรับร่วมเมือง ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ดเหลือใช้งานแค่เพียงอันโตนิโอ รูดิเกอร์ อันเดรียส คริสเตียนเซ่น คูร์ต ซูม่า และฟิคาโย่ โทโมริเท่านั้น

หากถามว่าจำนวนเซ็นเตอร์ ฮาล์ฟ 4 คนพอมั้ย ก็ต้องบอกว่าพอหากว่าไม่มีนักเตะคนไหนบาดเจ็บ และพร้อมให้กับอดีตกองกลางระดับตำนานของสโมสรเลือกใช้งานได้ครบ แต่ทว่าอันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังทีมชาติเยอรมันดันมามีอาการบาดเจ็บยาวในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้ชวดช่วยทีมไหหลายนัดเลยทีเดียว ซึ่งสร้างความยากลำบากในการจัดทีมของแลมพาร์ดเป็นอย่างยิ่ง และถึงแม้ว่ารูดิเกอร์จะไม่บาดเจ็บไปก็ตาม คุณภาพของกองหลังเชลซีชุดนี้ก็ไม่ได้ดีซักเท่าไหร่อยู่ดี หากเทียบกับบรรดาทีมชั้นนำของลีกทีมอื่นๆ

ซึ่งแค่ตำแหน่งปราการหลังตัวกลางก็ว่าไม่ดีแล้ว นี่ยังไม่รวมถึงตำแหน่งแบ็คทั้ง 2 ข้างเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะแบ็คซ้ายที่ทั้งมาร์กอส อลอนโซ่ แบ็คชาวสเปน และเอเมอร์สัน พัลเมรี่ แบ็คชาวอิตาเลี่ยน ที่มีจุดอ่อนด้วยกันทั้งคู่ ส่วนแบ็คขวาอย่างเซซ่าร์ อัซปิริกวยต้า ก็ดันมาฟอร์มตกในช่วงต้นฤดูกาล ก่อนที่จะมาคืนฟอร์มได้ในระยะหลังมานี้ แต่ยังดีที่ตำแหน่งนี้มีรีซ เจมส์ แบ็คดาวรุ่งที่ยังพอโคเวอร์ได้ ซึ่งดูๆ แล้วปริมาณกองหลังของเชลซีอาจจะมีพอดี แต่หากดูเรื่องของคุณภาพแล้วอาจจะไม่ดีพอกับการที่พวกเขาจะลุ้นแชมป์รายการใดรายการหนึ่งในฤดูกาลนี้ก็ได้

เหล่าวันเดอร์ คิด!

   

   จากการที่ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซีถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่าสั่งแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่เป็นเวลา 1 ปี โทษฐานที่พวกเขาไปดึงตัวนักเตะดาวรุ่งเข้าสู่ทีมแบบผิดกฏถึงเกือบครึ่งร้อยเลยทีเดียว ทำให้ฤดูกาลนี้เชลซีต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เมื่อไม่สามารถซื้อนักเตะใหม่เข้ามาลงทะเบียนเล่นให้กับสโมสรได้ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนแผนงานโดยการดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ รวมทั้งเรียกนักเตะที่ถูกปล่อยยืมตัวไปให้กับทีมอื่นใช้งานกลับมาสู่ทีมในฤดูกาลนี้ทั้งหมด

กุนซือแฟรงค์ แลมพาร์ดที่ทำทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้วก็มีการยืมตัวนักเตะดาวรุ่งของเชลซีไปใช้งาน และทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วย ซึ่งก็คือเมสัน เมานต์ เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่ง ทำให้ฤดูกาลนี้ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง นอกจากนั้นยังมีแทมมี่ อบราฮัม กองหน้าดาวรุ่งที่ปล่อยไปให้กับแอสตัน วิลล่ายืมตัวไปใช้งานเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และสามารถช่วยทีมเลื่อนชั้นกลับมายังพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จด้วย ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาเป็นรองดาวซัลโวของศึกแชมเปี้ยนชิปด้วย โดยเป็นรองแค่เพียงติมู ปุ๊คกี้ กองหน้าชาวฟินแลนด์ของนอริช ซิตี้คนเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วพวกเขายังมีคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ปีกจอมพริ้วดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทำผลงานได้ดีจนไปเข้าตาบาเยิร์น มิวนิคเลยทีเดียว และยังมีรีซ เจมส์ แบ็คขวาดาวรุ่งอนาคตไกลที่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เรียบร้อยแล้วในฤดูกาลนี้อีกด้วย ซึ่งการที่พวกเขาซื้อนักเตะไม่ได้ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาก็กลายเป็นผลดีกับบรรดานักเตะดาวรุ่งอนาคตไกลเหล่านี้ ที่ได้โอกาสลงสนามกันมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในรายของเมสัน เมานต์ และแทมมี่ อบราฮัม เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะติดทีม “สิงโตคำราม” ไปสู้ศึกยูโร 2020 ในช่วงกลางปีนี้อีกด้วย โดยเฉพาะในรายของอบราฮัมคาดว่าน่าจะมีชื่อเป็น 1 ใน 23 ขุนพลอย่างแน่นอน เนื่องจากกองหน้าตัวหลักของทีมชาติอย่างแฮร์รี่ เคน ดันมามีปัญหาบาดเจ็บจนอาจจะทำให้ชวดไปเล่นในศึกยูโรในเดือนมิถุนายนเลยทีเดียว

ความสม่ำเสมอ!

   

  ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่มีอุปสรรคขวากหนามมากมายเหลือเกินในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ทำให้พวกเขามีตัวเลือกไม่มากในการที่จะแต่งตั้งกุนซือใหม่ หลังจากที่เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนตัดสินใจหนีไปรับงานคุมทีมยูเวนตุส ยอดทีมของศึกกัลโช่ เซเรีย อาแทน ทั้งๆ ที่คุมทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์เพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น ทำให้สุดท้ายเชลซีต้องไปดึงแฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตดาวเตะของทีมเข้ามาคุมทีมแทน

ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ 2 เท่านั้นกับการคุมทีมแบบเต็มตัวในฐานะผู้จัดการทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ดในวัย 41 ปี ซึ่งที่ผ่านมาถือว่ามีช่วงที่ทำให้เชลซีมีผลงานที่ยอดเยี่ยม และในบางช่วงที่ผลงานย่ำแย่เช่นกัน เช่นเดียวกับการวางแผน และแทคติกต่างๆ ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับกุนซือมือใหม่รายนี้ ทั้งที่เขาไม่มีโอกาสเหมือนกุนซือเชลซีคนอื่นๆ ตรงที่เมื่อช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลเขาไม่สามารถทำการซื้อนักเตะใหม่เข้ามาลงทะเบียนเล่นให้ทีมได้ ทำให้เขาต้องใช้นักเตะเท่าที่มีอยู่แทนในฤดูกาลนี้ แถมยังเสียเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์คนสำคัญที่ถูกขายไปให้กับเรอัล มาดริดอีกด้วย ทำให้ขุมกำลังผู้เล่นของเชลซีไม่แข็งแกร่งเหมือนอย่างหลายปีที่ผ่านๆ มา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีเงินทุนที่พร้อมจะทุ่มให้แฟรงค์ แลมพาร์ด ตามล่าหานักเตะเข้ามาสู่ทีมตามที่ต้องการก็ตาม

เชลซีในช่วงที่ผ่านมาไม่ต่างจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากนัก ตรงที่ทีม “ปีศาจแดง” โดนล้อว่าเป็นโรบินฮู๊ดแห่งเกาะอังกฤษ เนื่องจากสามารถเก็บคะแนนจากการพบกับทีมใหญ่ได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ไปทำคะแนนหล่นให้กับทีมท้ายตารางเป็นประจำเช่นกัน ซึ่งเชลซีในฤดูกาลนี้ก็เป็นแบบนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ชัดเท่ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ตาม แต่ก็ทำให้พอเห็นว่าทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ยังขาดความสม่ำเสมออยู่ในฤดูกาลนี้ เพราะช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พวกเขาสามารถบุกเอาชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และอาร์เซน่อล ในศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ได้สำเร็จ แต่ก็มาแพ้คารังสแตนฟอร์ด บริดจ์ให้กับบอร์นมัธ และเซาธ์แฮมป์ตันเช่นกัน ซึ่งทำให้ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกของพวกเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถหนีกลุ่มทีมที่ตามล่าอันดับที่ 4 ของตารางในฤดูกาลนี้ได้เสียที

อนาคต ‘แลมพาร์ด’

   คำถามของแฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมดังของกรุงลอนดอนตอนนี้ก็คือจะเอาอย่างไรดีกับอนาคตของแฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางระดับตำนานของสโมสร ที่เข้ามาคุมทีมในฤดูกาลนี้เป็นปีแรก หลังจากที่ทำผลงานกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลแรกในฐานะกุนซือก็ตาม แต่ก็สามารถพาทีม “แกะเขาเหล็ก” ได้เล่นเพลย์ออฟเลื่อนชั้นจนได้ ถึงแม้ว่าจะแพ้ให้กับแอสตัน วิลล่าในรอบชิงชนะเลิศก็ตาม ทำให้ฤดูกาลนี้เขาถูกทาบทาบจากเชลซีให้เขามารับงานคุมทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ เนื่องจากเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือที่คุมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วถูกยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลีทาบทามไปคุมทีม บวกกับสถานการณ์ของสโมสรที่ถูกฟีฟ่าแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่ หรือที่เข้าใจกันว่าห้ามซื้อนักเตะในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมานั่นเอง ทำให้การที่พวกเขาจะไปหากุนซือชื่อดังมาคุมทีมก็เป็นเรื่องยาก ทำให้กุนซือวัย 41 ปีถูกทาบทาบให้เข้ามาคุมทีมในฤดูกาลนี้ทันที

แฟรงค์ แลมพาร์ดในฤดูกาลนี้กับเชลซี มีทั้งช่วงที่ยอดเยี่ยม และช่วงที่ยากลำบากเช่นกัน เพราะเชลซีทั้งช่วงที่ฟอร์มดี และช่วงที่ฟอร์มแย่ ซึ่งบทจะแพ้ก็แพ้คาบ้านให้กับทีมท้ายตารางได้เช่นกัน แต่ช่วงฟอร์มดีก็สามารถบุกเอาชนะได้ทั้งอาร์เซน่อล และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งทำให้แฟนบอล “สิงห์บลู” ลำบากใจไม่น้อยที่จะตัดสินอนาคตอย่างไรดีกับแฟรงค์ แลมพาร์ดหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะหากมองจากเงื่อนไขต่างๆ ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ากุนซือรายนี้ทำให้เชลซียังอยู่ในพื้นที่ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้ รวมถึบอลถ้วยยุโรปก็ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแล้ว ซึ่งต้องไม่ลืมด้วยว่าพวกเขาถูกห้ามซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ดเริ่มต้นอย่างยากลำบากกว่ากุนซือของทีมคนก่อนหน้านี้มากๆ ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่เชลซีมาถึงจุดนี้ได้ควรต้องให้เครดิตกับแฟรงค์ แลมพาร์ดด้วยซ้ำ และหากว่าเชลซีสามารถรักษาอันดับที่ 4 และได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ตอนต้นฤดูกาล ยังไงแล้วเขาก็ควรจะได้โอกาสในการคุมทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า

ต้องได้ ซานโช่

   หลังจากทีได้ไฟเขียวในการเสริมทัพผู้เล่นได้ ทำให้เชลซีของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ก็เริ่มที่จะหาผู้เล่นมาเสริมทีม ซึ่งนักเตะที่เชลซีต้องการมากที่สุดคือนักเตะในตำแหน่งปีกที่หลายคนเริ่มที่จะโรยราแล้ว ไม่ว่าจะเป็น วิลเลี่ยน หรือ เปโดร ซึ่งนักเตะที่น่าจะตอบโจทย์มากที่สุดคือ จอร์แดน ซานโช่ ปีกขวาทีมชาติอังกฤษของทีม โบรุสเซี่ย ดอร์ทหมุนด์ สำหรับ จอร์แดน ซานโช่ เป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก และได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง สำหรับค่าตัวของเขานั่นน่าจะอยู่ที่ระดับ 100 ล้านปอนด์ขึ้นแน่นอน โดยเชื่อว่าการเข้ามาของซานโช่จะทำให้มิติของเชลซีดีขึ้นอย่างแน่นอน ปัจจุบันการทำทีมของแฟร้งค์ แลมพาร์ด เน้นไปที่การพัฒนาผู้เล่นดาวรุ่งนักเตะอย่าง เมสัน เมาท์  โทโบริ  รีส เจมส์ และ แทมมี่ อับราฮัม ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมาพวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างเป็นที่พอใจ แม้ว่าในบางนัดจะฟอร์มตกลงไปก็ตาม แต่เชื่อว่าถ้านักเตะเหล่านี้มีประสบการณ์ที่มากขึ้น และเล่นกันอบ่างเข้าระบบก็เชื่อว่า เชลซี น่าจะเป็นทีมที่จับตามองในการลุ้นแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

อาเก้ คำตอบของเชลซี

 

  ผลงานของเชลซีใน 20 นัดที่ผ่านมาของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ต้องปรับปรุงโดยเฉพาะในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ยังมีปัญหาอย่างมาก ทำให้ทีมเสียประตูบ่อยครั้ง ดังนั้นในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้จึงต้องหานักเตะรายใหม่เข้ามาสู่ทีม และนักเตะที่น่าสนใจและเคยเป็นผู้เล่นของทีมเชลซีเองก็คือ นาธาน อาเก้ กองหลังของทีมบอร์นสมัธ สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ที่ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวากับบอร์นสมัธเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้ เพราะมีสัญญาซื้อกลับด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเชลซีมองว่าเป็นตัวเลือกที่ดีและราคายอมรับได้ แม้ว่าจริงๆอาจจะสนใจ คูลิบาลี่ กองหลังของนาโปลีมากกว่า แต่นักเตะรายนั้นค่าตัวไม่น่าจะต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์แน่นอน ทำให้อาเก้ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด อีกทั้งไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมายเพราะเล่นในพรีเมียร์ลีกอยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่า เชลซีน่าจะเซ็นสัญญากับ นาธาน อาเก้ มากที่สุด เพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม เพื่อลุ้นติดอันดับ 4 ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาหลน้า