คำถามของแฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมดังของกรุงลอนดอนตอนนี้ก็คือจะเอาอย่างไรดีกับอนาคตของแฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางระดับตำนานของสโมสร ที่เข้ามาคุมทีมในฤดูกาลนี้เป็นปีแรก หลังจากที่ทำผลงานกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลแรกในฐานะกุนซือก็ตาม แต่ก็สามารถพาทีม “แกะเขาเหล็ก” ได้เล่นเพลย์ออฟเลื่อนชั้นจนได้ ถึงแม้ว่าจะแพ้ให้กับแอสตัน วิลล่าในรอบชิงชนะเลิศก็ตาม ทำให้ฤดูกาลนี้เขาถูกทาบทาบจากเชลซีให้เขามารับงานคุมทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ เนื่องจากเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือที่คุมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วถูกยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลีทาบทามไปคุมทีม บวกกับสถานการณ์ของสโมสรที่ถูกฟีฟ่าแบนห้ามลงทะเบียนนักเตะใหม่ หรือที่เข้าใจกันว่าห้ามซื้อนักเตะในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมานั่นเอง ทำให้การที่พวกเขาจะไปหากุนซือชื่อดังมาคุมทีมก็เป็นเรื่องยาก ทำให้กุนซือวัย 41 ปีถูกทาบทาบให้เข้ามาคุมทีมในฤดูกาลนี้ทันที

แฟรงค์ แลมพาร์ดในฤดูกาลนี้กับเชลซี มีทั้งช่วงที่ยอดเยี่ยม และช่วงที่ยากลำบากเช่นกัน เพราะเชลซีทั้งช่วงที่ฟอร์มดี และช่วงที่ฟอร์มแย่ ซึ่งบทจะแพ้ก็แพ้คาบ้านให้กับทีมท้ายตารางได้เช่นกัน แต่ช่วงฟอร์มดีก็สามารถบุกเอาชนะได้ทั้งอาร์เซน่อล และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งทำให้แฟนบอล “สิงห์บลู” ลำบากใจไม่น้อยที่จะตัดสินอนาคตอย่างไรดีกับแฟรงค์ แลมพาร์ดหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะหากมองจากเงื่อนไขต่างๆ ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ากุนซือรายนี้ทำให้เชลซียังอยู่ในพื้นที่ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าได้ รวมถึบอลถ้วยยุโรปก็ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแล้ว ซึ่งต้องไม่ลืมด้วยว่าพวกเขาถูกห้ามซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ดเริ่มต้นอย่างยากลำบากกว่ากุนซือของทีมคนก่อนหน้านี้มากๆ ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ที่เชลซีมาถึงจุดนี้ได้ควรต้องให้เครดิตกับแฟรงค์ แลมพาร์ดด้วยซ้ำ และหากว่าเชลซีสามารถรักษาอันดับที่ 4 และได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ตอนต้นฤดูกาล ยังไงแล้วเขาก็ควรจะได้โอกาสในการคุมทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า